30 ล้าน คือ #มูลค่าค่าความสามารถหารายได้
แต่ทำไมต้องรอมีใครสักคนจากไปก่อน แล้วมานั่งคำนวนมูลค่านี้ ล่ะครับ . . . ใครจะเป็นคนรับผิดชอบมูลค่านี้ ? ? ?
จริงๆแล้ว คนทุกคนมีคุณค่า และ มูลค่าในตัวของเราเองครับ
เราไม่สามารถตีมูลค่าเป็นตัวเลขบนความรู้สึกได้
แต่เราสามารถคำนวนมูลค่า บนความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้
ถ้าหาก . . คนหารายได้หลักในครอบครัวนั้น รายได้ต้องหายไป คนในครอบครัวนั้น ต้องเดือดร้อน อาจจะเนื่องจาก
- ค่าใช้จ่ายในครอบครัว ที่ต้องใช้จ่าย
- ค่าดำเนินชีวิตของคุณพ่อคุณแม่ หรือ คนที่รัก
- ภาระหนี้สิน ที่ตนสร้างไว้ ในตอนมีชีวิตอยู่
- ค่าใช่จ่ายต่างๆ ของลูกรวมทั้งค่าการศึกษาสำหรับลูกในอนาคต
นี่คือเหตุผล ว่าทำไม เราจึงจำเป็นปกป้องรายได้อนาคตของเรา หรือ ที่เรียกว่า Income Protection นั่นเองครับ
แต่เราอย่ารอให้มีการจากไปเกิดขึ้นก่อน แล้วมานั่งคำนวนเลยครับ เพราะคงไม่ได้ประโยชน์อะไร
Income Protection เราทุกคนจำเป็นวางแผน มูลค่าความสามารถนี้ ตั้งแต่เรายังสามารถหารายได้ได้อยู่ และ โอนมูลค่าความสามารถล่วงหน้านี้ ให้บริษัทประกัน รับผิดชอบซะครับ ! !
เสมือนเก็บไว้ในตู้เซฟ เมื่อไรที่คนคนนั้นจากไป ตู้เซฟนี้จะเปิดออกเพื่อมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ เหมือนดั่งคนคนนั้นมีชีวิตอยู่
ไม่ต้องมาลุ้น หรือ ร้องขอให้ใครมารับผิดชอบ
ไม่ต้องกังวลหรือรอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
มีคำกล่าวที่ว่า
” ไม่สำคัญที่เขาอยากได้ แต่สำคัญที่เราอยากวางแผนให้ ” เพื่อคนที่รัก
แต่ที่เห็นในโลกโซเชี่ยลตอนนี้คือ
” สำคัญที่เขาอยากได้ ” มากกว่านะเอ่อ ! ! !
เจ็บ จ่าย จบ ด้วยตัวเองนักเลงพอ ย่อมดีกว่าครับผม