#จะเลือกประกันชีวิตอย่างไร ให้คุ้มค่า คุ้มราคา

ก่อนอ่าน…ขอให้เตรียมตัวก่อนครับ

ก่อนที่จะอ่าน ผมอยากให้เตรียมตัวก่อนอ่านกันก่อนครับ

ไม่เช่นนั้น คุณอาจไม่ได้ประโยชน์อะไรจากบทความนี้

ข้อแรก

คุณต้องลืมสิ่งที่คุณซื้อประกันไว้ก่อน

(วางพักไว้ตรงที่เดิมก่อนนะครับ . .)

ข้อที่สอง

โยนเรื่องการลดหย่อนภาษีทิ้งไปก่อน . .

ข้อที่สาม

เบี้ยประกัน 100,000 บาท ไม่ใช่หลักเกณฑ์สำคัญในการวางแผนประกันอีกต่อไป

และข้อสุดท้าย . . .

อ่านแบบใจเป็นกลาง ปล่อยใจสบาย ๆ

พร้อมแล้ว… เรามาเริ่มกันครับ

ขั้นตอนการเลือกวางแผนประกัน

ขั้นตอนแรก

หาตัวเลข “เงินรับรองรายได้” ที่คุณต้องมี

ตัวเลขสำคัญที่คุณต้องคำนวณ นั่นคือ

เงินรับรองรายได้ที่คุณสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของคุณ

เพราะรายจ่ายทุกวันนี้

ก็มาจากรายได้ของคุณ ถูกไหมครับ?

ไม่ว่าจะเป็น

  • ค่าดำเนินชีวิต
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ
  • ค่าเทอม
  • ค่านมลูก
  • ค่าดอกเบี้ยเงินกู้
  • และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อีกมากมาย

แล้วเท่าไรล่ะ?

ถ้าขยัน ก็บวกทุกสิ่งอย่างครับ

แต่อย่างง่าย ๆ ทางทฤษฎี อาจเรียกว่า “Easy Method”

คือ การหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวออก 30% เหลือ 70% สำหรับคนที่อยู่ข้างหลัง เพื่อให้มีเวลาปรับตัวประมาณ 7 ปี

แต่ถ้าคำนวณง่าย ๆ แบบเรา ๆ

ให้คิดเป็นขั้นต่ำประมาณ 5 เท่า

หรือคิดเป็นรายได้ล่วงหน้า 5–10 ปี ครับ

ตัวอย่าง

หากมีรายได้ 1,000,000 บาทต่อปี

ตัวเลขรับรองรายได้

ก็จะอยู่ที่ประมาณ

5–10 ล้านบาท

และนี่คือ

“ทุนประกันชีวิตที่คุณต้องมี”


ขั้นตอนที่สอง

วางแผน “งบประมาณที่เราต้องออมต่อปี”

คุณต้องวางแผนนะครับ

เพราะการออมในประกัน คุณต้องออมทุกปี และต้องจ่ายอย่างสม่ำเสมอ

หากคุณต้องมีทุนประกันชีวิต

5,000,000 บาท

คุณสามารถเลือกแนวทางได้ตามงบประมาณและเป้าหมายของตัวเอง

งบน้อยหน่อย

เลือก ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา

อยากเก็บเงินระยะยาวด้วย

ก็เพิ่มเงินออม หรือเลือก ประกันชีวิตตลอดชีพ

มีเงินเยอะหน่อย และไม่ชอบการลงทุน

จะออมในประกัน

เลือกประกันชีวิตที่มีการรับรองเงินคืน

ก็ไม่เลวนะครับ

แต่การออมสองวิธีหลัง ก็มาพร้อมกับ เงินครบสัญญา ที่คุณต้องรู้

และนี่คือ…

ขั้นตอนที่สาม

รู้ว่า “เงินครบสัญญา” ของคุณคือเท่าไร


ไม่ว่าคุณจะออมต่อปีเท่าไร

ตัวเลขสำคัญของกรมธรรม์ของคุณคือ 5 ล้านบาท

ประกันชีวิตจึงไม่ใช่เรื่องของ “กลุ่มคนที่ต้องเสียภาษีเยอะ ๆ”

แต่เป็นเรื่องของ ทุกชีวิต

ที่ควรมีการรับรองค่าความเสียหาย

ที่อาจเกิดขึ้นต่างหากครับ


ความเสี่ยง 1%

อาจสร้างความเสียหาย 100%

ถ้า 1% ของความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้น

สามารถสร้างมูลค่าความเสียหายได้ถึง 100%

คุณจึงควรรับรองความเสียหาย 100% นั้น

ด้วย

“ทุนประกันชีวิตที่คุณต้องมี”

ไงล่ะครับ


แล้วตอนนี้…กลับไปเปิดกรมธรรม์กันครับ

อ่านถึงตรงนี้แล้ว

กลับไปเปิดกรมธรรม์ที่มีอยู่ได้แล้วนะครับ

ลองดูว่า…

มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็นไหม?

ถ้าไม่…

อย่างน้อย คุณก็ได้รู้ว่า กรมธรรม์ที่มีอยู่ให้ผลประโยชน์อะไรกับคุณบ้าง

ไม่ใช่รู้แค่…

“บิลใบเสร็จที่ต้องจ่ายเบี้ยประกัน”


ค่อย ๆ เปิดนะครับ

หากคุณได้ยินเสียงดัง

แควก ๆ ๆ

ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ 😄

แชร์หน้านี้
Facebook LINE X อีเมล
คุณเคยทำงานเกี่ยวกับด้านการเงิน วางแผนการลงทุน ที่ปรึกษา หรือวางแผนเกี่ยวกับประกันไว้บ้างไหม หรือเคยมีประสบการณ์ด้านใดบ้าง

(สามารถเลือกได้มากกว่า 1 คำตอบ)*

คนที่แนะนำคุณมาร่วมงานกับเรา (ถ้ามี)
*องค์กรจะรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อ นำเสนอ และส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่คุณอาจสนใจ
Please refer to our Privacy Policy for more details.